Prachuap Learning T-MAP | สำนักงาน สกร.ประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
กลับหน้าสำรวจ
สถานที่

วัดถ้ำเขาม้าร้อง บางสะพาน

บางสะพาน ต.พงศ์ประศาสน์

5 ครั้ง สกร.อำเภอบางสะพาน

ข้อมูลทั่วไป

ที่ตั้ง หมู่ 1 บ้านฝ่ายท่า ถนน - บางสะพาน ต.พงศ์ประศาสน์
โทรศัพท์ -
ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (email) -
ช่องทางการติดต่ออื่นๆ -

สิ่งอำนวยความสะดวก

200 รองรับ (คน)
30 ที่จอดรถ (คัน)
10 ห้องน้ำ (ห้อง)
30 โต๊ะ (ตัว)
198 เก้าอี้ (ตัว)

ประวัติความเป็นมา

วัดเขาถ้ำม้าร้องเป็นที่พักสงฆ์มาแต่นานตั้งแต่พระสงฆ์ชาวศรีลังกาและชาวอินเดียได้เดินทางเข้ามาเผยแผ่พุทธศาสนาในประเทศไทยและประเทศพม่า ใช้เป็นที่พักพิง ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ได้ออกปราบพวกโจรตามหัวเมืองต่าง ๆ ระหว่าง พ.ศ. 2385– 2387 เจ้าพระยาบดินทร์เดชาได้นำทัพมาพักที่หนองหัดไทย ปรากฏว่าม้าของท่านเจ้าพระยาบดินทร์เดชาได้หายไปแต่หาไม่พบ ได้ยินแต่เสียงม้าร้อง จึงเรียกภูเขานี้ว่า เขาถ้ำม้าร้อง วัดเขาถ้ำม้าร้องตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2482 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2501 วัดถ้ำเขาม้าร้อง เป็นศาสนสถานสำคัญในตำบลพงศ์ประศาสน์ อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีความเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์และเรื่องเล่าท้องถิ่นของชุมชน โดยบริเวณเขามีถ้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ ภายในพบหินงอกหินย้อยและพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ และมีตำนานเกี่ยวกับที่มาของชื่อ “เขาม้าร้อง”

ความเป็นมาของแหล่งเรียนรู้

วัดถ้ำเขาม้าร้องได้รับการพัฒนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชน เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีคุณค่าทั้งด้านศาสนา ประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ ธรณีวิทยา และวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยเฉพาะถ้ำและบ่อน้ำภายในบริเวณวัด ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างธรรมชาติกับวิถีชีวิตและความเชื่อของประชาชนในชุมชน สามารถใช้เป็นสถานที่ศึกษาหาความรู้และเรียนรู้จากประสบการณ์จริงสำหรับคนทุกช่วงวัย

กระบวนการจัดการเรียนรู้

จัดการเรียนรู้โดยใช้แหล่งเรียนรู้จริงเป็นฐาน ให้ผู้เรียนได้ศึกษาเรื่องราวประวัติความเป็นมา ตำนานท้องถิ่น พระพุทธศาสนา ลักษณะทางธรรมชาติของถ้ำ หินงอกหินย้อย และแหล่งน้ำ ผ่านการบรรยาย การศึกษาจากสถานที่จริง การสังเกต การสำรวจ การซักถามและแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้รู้หรือคนในชุมชน พร้อมทั้งส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดความตระหนักในการอนุรักษ์ศาสนสถาน ทรัพยากรธรรมชาติ และภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อให้สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้และถ่ายทอดต่อได้