Prachuap Learning T-MAP | สำนักงาน สกร.ประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
กลับหน้าสำรวจ
สถานที่

อุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

เมืองประจวบคีรีขันธ์ ต.คลองวาฬ

7 ครั้ง อุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ 1 เอกสาร

ข้อมูลทั่วไป

ที่ตั้ง หมู่ 4 ถนน - เมืองประจวบคีรีขันธ์ ต.คลองวาฬ
โทรศัพท์ 032661098
ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (email) waghor2411@waghor.go.th
ช่องทางการติดต่ออื่นๆ website waghor.go.th

สิ่งอำนวยความสะดวก

3,000 รองรับ (คน)
100 ที่จอดรถ (คัน)
ไม่มี ห้องน้ำ
80 โต๊ะ (ตัว)
500 เก้าอี้ (ตัว)

ประวัติความเป็นมา

เมื่อปีพุทธศักราช 2409 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงคำนาณและการเป็นทางการว่า ในวันอังคาร เดือน 10 ขึ้น 1 ค่ำ ปีมะโรง จุลศักราช 1230 ตรงกับวันที่ 18 สิงหาคม 2411 จะเกิดสุริยุปราคามืดหมดดวงเห็นได้ในประเทศไทย ณ หว้ากอ แขวงเมืองประจวบคีรีขันธ์ คราสเริ่มจับเวลา 10 นาฬิกา 4 นาที จับเต็มดวงเวลา 11 นาฬิการ 36 นาที กินเวลานาน 6 นาที 45 วินาที คลาสคลายออก เวลา 13 นาฬิกา 37 นาที 45 วินาที ซึ่งปรากฏการณ์เป็นไปตามที่พระองค์ท่านทรงคำนาณและทำนายไว้ ทุกประการ
การคำนวณการเกิดสุริยุปราคาได้ถูกต้องแม่นยำจนถึงขั้นระบุได้ว่าสุริยุปราคาที่เกิดจะมีลักษณะอย่างไร จะเห็นได้ที่ไหน เวลาใด แสดงถึงพระอัจฉริยภาพยอดยิ่งทางวิทยาศาสตร์ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เพราะพระองค์ท่านต้องทรงคำนวณด้วยวิธีการทางดาราศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ชั้นสูงที่ทรงศึกษาด้วยพระองค์เองมิใช่การคำนวณด้วยวิธีโหราศาสตร์ และจำเป็นต้องมีความรู้เรื่องระบบเวลาโดยเทียบกับดวงดาวเป็นสำคัญ ซึ่งเป็นที่น่าอัศจรรย์ยิ่งนักที่พระองค์ทรงสถานปนาระบบเวลามาตรฐาน ของประเทศไทยขึ้นใช้ในปีพุทธศักราช 2401 ก่อนหน้าที่รัฐสภาอังกฤษประเทศมหาอำนาจของโลกสมัยนั้น จะผ่านพระราชบัญญัติเวลามาตรฐานของอังกฤษในปีพุทธศักราช 2423 และทั่วโลกตกลงประกาศใช้ เส้นเมอริเดียน ที่ผ่านเมืองกรีนิช ประเทศอังกฤษเป็นเส้นเมอริเดียนหลักเพื่อการเทียบเวลาของโลกในปี 2547 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงใช้เส้นแวงที่ 100 องคาตะวันออกเป็นเส้นเทียบเวลาท้องถิ่นประเทศไทยแทนที่จะเป็นเส้นแวงที่ 105 องคาตะวันออกอย่างเช่นในปัจจุบัน
หลักฐานเรื่องการสถาปนาระบบเวลามาตรฐานของประเทศไทยขึ้นนี้ เห็นได้จากการที่พระองค์โปรดให้สร้างพระที่นั่งภูวดลทัศไนยขึ้นในพระบรมมหาราชวังในปี 2395 เป็นหอนาฬิกาหลวงรักษาเวลามาตรฐานในประเทศไทย และโปรดให้มีเจ้าหน้าที่รักษาเวลา มาตรฐานซึ่งนับเป็นตำแหน่งงานทางวิทยาศาสตร์ของไทยชุดแรกคือ ตำแหน่ง พันทิวาทิตย์ เทียบเวลาตอนกลางวันจากดวงอาทิตย์ และตำแหน่ง พันพินิตจันทรา เทียบเวลาตอนกลางคืนจากดวงจันทร์ จึงนับได้ว่าพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานหน่วยหลักพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์คือ ระบบเวลา ให้แก่ประเทศไทยมาตั้งแต่สมัยนั้น และทรงใช้เวลามาตรฐานที่ทรงตั้งขึ้นเป็นหลักในการคำนวณการเกิดสุริยุปราคาที่บ้านหว้ากอด้วยพระองค์เอง โดยทรงพยากรณ์ไว้ล่วงหน้าถึง 2 ปี
การเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรสุริยุปราคาที่บ้านหว้ากอ ตำบลคลองวาฬ แขวงเมืองประจวบคีรีขันธ์ ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในเดือนสิงหาคม พุทธศักราช 2411 แสดงถึงพระราชอุตสาหะแรงกล้า เพราะช่วงเวลานั้นเป็นฤดูฝน พื้นภูมิประเทศเป็นป่าเขา มีไข้ป่าชุกชม การเดินทางลำบากต้องฝ่าฟันอันตรายอย่างอยิ่ง แม้เหล่าพระบรมวงศานุวงศ โหรหลวงและขุนนางใกล้ชิดก็ล้วนไม่มี ผู้เชื่อคำทำนายของพระองค์ แต่จำต้องไปสร้างพลับพลา ณ บ้านหว้ากอ ตามที่มีพระราชโองการการเสด็จพระราชดำเนินเพื่อพิสูจน์การเกิดสุริยุปราคาเต็มดวงครั้งนั้นนับเป็นการประสมประสานงานมหกรรมทางวิทยาศาสตร์ครั้งยิ่งใหญ่ควบคู่กับการเมืองอย่างแนบเนียนที่สุด ด้วยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงชักชวนกงสุลใหญ่อังกฤษ เจ้าเมืองสิงคโปร์ และชาวต่างประเทศที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพเดินทางไปร่วมสังเกตการณ์สุริยุปราคาครั้งนี้ด้วย นอกจากจะทรงมีวิจารณญาณเห็นการณ์ไกลเกี่ยวกับเกียรติภูมิและความสัมพันธ์อันดีกับประเทศมหาอำนาจ เพื่อความมั่งคงและอนาคตของประเทศแล้ว การเสด็จพระราชดำเนินเพื่อพิสูจน์การเกิดสุริยุปราคาเต็มดวงครั้งนั้น ถือเป็นการวิจัยวิทยาศาสตร์ครั้งยิ่งใหญ่ และครั้งแรกของชาติไทย โดยพระมหากษัตริย์ไทยทรงเป็นผู้คำนวณด้วยพระองค์เองต่อหน้าคณะนักดาราศาสตร์ชาวฝรั่งเศส และแขกเมืองชาวต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นการเสี่ยงต่อการสูญเสียพระเกียรติยศอย่างยิ่ง
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงนำประเทศไทยเข้าสู่ยุคของวิทยาศาสตร์มาแต่บัดนั้นด้วยชัยชนะที่พระองค์ต้องทรงลงทุนด้วยเวลา ด้วยพระกำลังสติปัญญา และด้วยพระชนม์ชีพของพระองค์เอง พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรบรับเชื้อไข้มาเลเรีย จากการเสด็จทอดพระเนตรสุริยุปราคาที่บ้านหว้ากอครั้งนี้ และทำให้พระองค์ต้องสูญเสียพระชนม์ชีพ เพราะการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์โดยแท้ (ข้อมูลสำคัญจาก 1. ขาว เหมือนวงศ์, “พระอัจฉริยะภาพทางวิทยาศาสตร์ของ ร.4” วารสารวิทยาศาสตร์ของสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย,ปีที่ 36 ฉบับที่ 8,2525 และ 2.เสน่ห์ วัฑฒนาธร, “วันประวัติศาสตร์โลกที่หว้ากอ” เล่มเดียวกัน.)
หว้ากอเป็นดินแดนประวัติศาสตร์ ซึ่งในอดีต คือหมู่บ้านเล็ก ๆ ห่างจากตัวเมืองประจวบคีรีขันธ์ ประมาณ 11 กิโลเมตร เป็นป่ารกทึบ เลียบแนวชายฝั่งทะเล ซึ่งชุกชุมไปด้วยไข้ป่า ณ ที่แห่งนี้คือสถานที่สำคัญ ทางประวัติศาสตร์ของไทยที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ได้เสด็จพระราชดำเนินมาพิสูจน์การเกิดสุริยุปราคาเต็มดวง ซึ่งพระองค์ได้ทรงคำนวณและประกาศไว้ ล่วงหน้าถึง 2 ปี ว่าจะเกิดสุริยุปราคาเต็มดวงในวันอังคารเดือน 10 ขึ้น 1 ค่ำ ปีมะโรง จุลศักราช 1230 ซึ่งเทียบกับปฏิทินทางระบบสุริยะคติ ตรงกับวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2411 มองเห็นได้ตั้งแต่อำเภอปราณบุรีลงไปถึงจังหวัดชุมพรโดยเฉพาะที่ บ้านหว้ากอ จะเห็นดวงจันทร์เข้าจับดวงอาทิตย์จากทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือแล้วออกทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ โดยคราสเริ่มจับเวลา 10 นาฬิกา 4 นาที จับเต็มดวงเวลา 11 นาฬิกา 36 นาที 20 วินาที กินเวลานาน 6 นาที 45 วินาที คราสคลายออกเวลา 13 นาฬิกา 37 นาที 45 วินาที ซึ่งพระองค์ทรงคำนวณโดยใช้หลักวิชาคณิตศาสตร์ชั้นสูง และดาราศาสตร์ ที่พระองค์ทรงศึกษาด้วยพระองค์เอง
ปีพุทธศักราช 2525 พสกนิกรชาวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และหน่วยงานราชการ ได้ร่วมเทิดพระเกียรติจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย ฉลองพระองค์เครื่องแบบทหารเรือคล้ายกับวันที่เสด็จมาหว้ากอในครั้งนั้น ในการนี้พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในขณะดำรงพระอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จวางศิลาฤกษ์ ในวันที่ 14 กันยายน พุทธศักราช 2525 ต่อมา เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม พุทธศักราช 2532 คณะรัฐมนตรี ได้มีมติเห็นชอบในหลักการให้ยกระดับโครงการอุทยานวิทยาศาสตร์หว้ากอ เป็นโครงการระดับชาติ
วันที่ 3 พฤษภาคม พุทธศักราช 2533 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้ทรงพระราชทานนามว่า “อุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์” เขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า “King Mongkut Memorial Park of Science and Technology” ซึ่งปัจจุบัน เรียกโดยย่อว่า อวจ.
วันที่ 16 มิถุนายน 2536 กระทรวงศึกษาธิการ ประกาศจัดตั้งอุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นสถานศึกษาสังกัดส่วนกลาง สังกัด กรมการศึกษานอกโรงเรียน เทียบเท่ากอง เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย และเป็นแหล่งการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม
วันที่ 17 สิงหาคม พุทธศักราช 2543 สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เสด็จทรงวางศิลาฤกษ์ อาคารพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำหว้ากอ ปัจจุบันอุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีการพัฒนามาเป็นลำดับ และทุกๆวันที่ 18 สิงหาคม ของทุกปี จะมีพิธีถวายราชสักการะแด่ “พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย” ณ บริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์เพื่อเทิดพระเกียรติพระองค์ท่านเสมอมา

ความเป็นมาของแหล่งเรียนรู้

เมื่อปีพุทธศักราช 2409 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงคำนาณและการเป็นทางการว่า ในวันอังคาร เดือน 10 ขึ้น 1 ค่ำ ปีมะโรง จุลศักราช 1230 ตรงกับวันที่ 18 สิงหาคม 2411 จะเกิดสุริยุปราคามืดหมดดวงเห็นได้ในประเทศไทย ณ หว้ากอ แขวงเมืองประจวบคีรีขันธ์ คราสเริ่มจับเวลา 10 นาฬิกา 4 นาที จับเต็มดวงเวลา 11 นาฬิการ 36 นาที กินเวลานาน 6 นาที 45 วินาที คลาสคลายออก เวลา 13 นาฬิกา 37 นาที 45 วินาที ซึ่งปรากฏการณ์เป็นไปตามที่พระองค์ท่านทรงคำนาณและทำนายไว้ ทุกประการ
การคำนวณการเกิดสุริยุปราคาได้ถูกต้องแม่นยำจนถึงขั้นระบุได้ว่าสุริยุปราคาที่เกิดจะมีลักษณะอย่างไร จะเห็นได้ที่ไหน เวลาใด แสดงถึงพระอัจฉริยภาพยอดยิ่งทางวิทยาศาสตร์ของพระบาทสมเด็จ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เพราะพระองค์ท่านต้องทรงคำนวณด้วยวิธีการทางดาราศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ชั้นสูงที่ทรงศึกษาด้วยพระองค์เองมิใช่การคำนวณด้วยวิธีโหราศาสตร์ และจำเป็นต้องมีความรู้เรื่องระบบเวลาโดยเทียบกับดวงดาวเป็นสำคัญ ซึ่งเป็นที่น่าอัศจรรย์ยิ่งนักที่พระองค์ทรงสถานปนาระบบเวลามาตรฐาน ของประเทศไทยขึ้นใช้ในปีพุทธศักราช 2401 ก่อนหน้าที่รัฐสภาอังกฤษประเทศมหาอำนาจของโลกสมัยนั้น จะผ่านพระราชบัญญัติเวลามาตรฐานของอังกฤษในปีพุทธศักราช 2423 และทั่วโลกตกลงประกาศใช้ เส้นเมอริเดียน ที่ผ่านเมืองกรีนิช ประเทศอังกฤษเป็นเส้นเมอริเดียนหลักเพื่อการเทียบเวลาของโลกในปี 2547 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงใช้เส้นแวงที่ 100 องคาตะวันออกเป็นเส้นเทียบเวลาท้องถิ่นประเทศไทยแทนที่จะเป็นเส้นแวงที่ 105 องคาตะวันออกอย่างเช่นในปัจจุบัน
หลักฐานเรื่องการสถาปนาระบบเวลามาตรฐานของประเทศไทยขึ้นนี้ เห็นได้จากการที่พระองค์โปรดให้สร้างพระที่นั่งภูวดลทัศไนยขึ้นในพระบรมมหาราชวังในปี 2395 เป็นหอนาฬิกาหลวงรักษาเวลามาตรฐานในประเทศไทย และโปรดให้มีเจ้าหน้าที่รักษาเวลา มาตรฐานซึ่งนับเป็นตำแหน่งงานทางวิทยาศาสตร์ของไทยชุดแรกคือ ตำแหน่ง พันทิวาทิตย์ เทียบเวลาตอนกลางวันจากดวงอาทิตย์ และตำแหน่ง พันพินิตจันทรา เทียบเวลาตอนกลางคืนจากดวงจันทร์ จึงนับได้ว่าพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานหน่วยหลักพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์คือ ระบบเวลา ให้แก่ประเทศไทยมาตั้งแต่สมัยนั้น และทรงใช้เวลามาตรฐานที่ทรงตั้งขึ้นเป็นหลักในการคำนวณการเกิดสุริยุปราคาที่บ้านหว้ากอด้วยพระองค์เอง โดยทรงพยากรณ์ไว้ล่วงหน้าถึง 2 ปี
การเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรสุริยุปราคาที่บ้านหว้ากอ ตำบลคลองวาฬ แขวงเมืองประจวบคีรีขันธ์ ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในเดือนสิงหาคม พุทธศักราช 2411 แสดงถึงพระราชอุตสาหะแรงกล้า เพราะช่วงเวลานั้นเป็นฤดูฝน พื้นภูมิประเทศเป็นป่าเขา มีไข้ป่าชุกชม การเดินทางลำบากต้องฝ่าฟันอันตรายอย่างอยิ่ง แม้เหล่าพระบรมวงศานุวงศ โหรหลวงและขุนนางใกล้ชิดก็ล้วนไม่มี ผู้เชื่อคำทำนายของพระองค์ แต่จำต้องไปสร้างพลับพลา ณ บ้านหว้ากอ ตามที่มีพระราชโองการการเสด็จพระราชดำเนินเพื่อพิสูจน์การเกิดสุริยุปราคาเต็มดวงครั้งนั้นนับเป็นการประสมประสาน งานมหกรรมทางวิทยาศาสตร์ครั้งยิ่งใหญ่ควบคู่กับการเมืองอย่างแนบเนียนที่สุด ด้วยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงชักชวนกงสุลใหญ่อังกฤษ เจ้าเมืองสิงคโปร์ และชาวต่างประเทศที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพเดินทางไปร่วมสังเกตการณ์สุริยุปราคาครั้งนี้ด้วย นอกจากจะทรงมีวิจารณญาณเห็นการณ์ไกลเกี่ยวกับเกียรติภูมิและความสัมพันธ์อันดีกับประเทศมหาอำนาจ เพื่อความมั่งคงและอนาคตของประเทศแล้ว การเสด็จพระราชดำเนินเพื่อพิสูจน์การเกิดสุริยุปราคาเต็มดวงครั้งนั้น ถือเป็นการวิจัยวิทยาศาสตร์ครั้งยิ่งใหญ่ และครั้งแรกของชาติไทย โดยพระมหากษัตริย์ไทยทรงเป็นผู้คำนวณด้วยพระองค์เองต่อหน้าคณะนักดาราศาสตร์ชาวฝรั่งเศส และแขกเมืองชาวต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นการเสี่ยงต่อการสูญเสียพระเกียรติยศอย่างยิ่ง
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงนำประเทศไทยเข้าสู่ยุคของวิทยาศาสตร์มาแต่บัดนั้นด้วยชัยชนะที่พระองค์ต้องทรงลงทุนด้วยเวลา ด้วยพระกำลังสติปัญญา และด้วยพระชนม์ชีพของพระองค์เอง พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรบรับเชื้อไข้มาเลเรีย จากการเสด็จทอดพระเนตรสุริยุปราคาที่บ้านหว้ากอครั้งนี้ และทำให้พระองค์ต้องสูญเสียพระชนม์ชีพ เพราะการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์โดยแท้ (ข้อมูลสำคัญจาก 1. ขาว เหมือนวงศ์, “พระอัจฉริยะภาพทางวิทยาศาสตร์ของ ร.4” วารสารวิทยาศาสตร์ของสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย,ปีที่ 36 ฉบับที่ 8,2525 และ 2.เสน่ห์ วัฑฒนาธร, “วันประวัติศาสตร์โลกที่หว้ากอ” เล่มเดียวกัน.)
หว้ากอเป็นดินแดนประวัติศาสตร์ ซึ่งในอดีต คือหมู่บ้านเล็ก ๆ ห่างจากตัวเมืองประจวบคีรีขันธ์ ประมาณ 11 กิโลเมตร เป็นป่ารกทึบ เลียบแนวชายฝั่งทะเล ซึ่งชุกชุมไปด้วยไข้ป่า ณ ที่แห่งนี้คือสถานที่สำคัญ ทางประวัติศาสตร์ของไทยที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 ได้เสด็จพระราชดำเนินมาพิสูจน์การเกิดสุริยุปราคาเต็มดวง ซึ่งพระองค์ได้ทรงคำนวณและประกาศไว้ ล่วงหน้าถึง 2 ปี ว่าจะเกิดสุริยุปราคาเต็มดวงในวันอังคารเดือน 10 ขึ้น 1 ค่ำ ปีมะโรง จุลศักราช 1230 ซึ่งเทียบกับปฏิทินทางระบบสุริยะคติ ตรงกับวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2411 มองเห็นได้ตั้งแต่อำเภอปราณบุรีลงไปถึงจังหวัดชุมพรโดยเฉพาะที่บ้านหว้ากอ จะเห็นดวงจันทร์เข้าจับดวงอาทิตย์จากทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือแล้วออกทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ โดยคราสเริ่มจับเวลา 10 นาฬิกา 4 นาที จับเต็มดวงเวลา 11 นาฬิกา 36 นาที 20 วินาที กินเวลานาน 6 นาที 45 วินาที คราสคลายออกเวลา 13 นาฬิกา 37 นาที 45 วินาที ซึ่งพระองค์ทรงคำนวณโดยใช้หลักวิชาคณิตศาสตร์ชั้นสูง และดาราศาสตร์ ที่พระองค์ทรงศึกษาด้วยพระองค์เอง
ปีพุทธศักราช 2525 พสกนิกรชาวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และหน่วยงานราชการ ได้ร่วมเทิดพระเกียรติจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย ฉลองพระองค์เครื่องแบบทหารเรือคล้ายกับวันที่เสด็จมาหว้ากอในครั้งนั้น ในการนี้พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในขณะดำรงพระอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จวางศิลาฤกษ์ ในวันที่ 14 กันยายน พุทธศักราช 2525 ต่อมา เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม พุทธศักราช 2532 คณะรัฐมนตรี ได้มีมติเห็นชอบในหลักการให้ยกระดับโครงการอุทยานวิทยาศาสตร์หว้ากอ เป็นโครงการระดับชาติ
วันที่ 3 พฤษภาคม พุทธศักราช 2533 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้ทรงพระราชทานนามว่า “อุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์” เขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า “King Mongkut Memorial Park of Science and Technology” ซึ่งปัจจุบัน เรียกโดยย่อว่า อวจ.
วันที่ 16 มิถุนายน 2536 กระทรวงศึกษาธิการ ประกาศจัดตั้งอุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นสถานศึกษาสังกัดส่วนกลาง สังกัด กรมการศึกษานอกโรงเรียน เทียบเท่ากอง เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทยและเป็นแหล่งการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม
วันที่ 17 สิงหาคม พุทธศักราช 2543 สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เสด็จทรงวางศิลาฤกษ์ อาคารพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำหว้ากอ ปัจจุบันอุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีการพัฒนามาเป็นลำดับ และทุกๆวันที่ 18 สิงหาคม ของทุกปี จะมีพิธีถวายราชสักการะแด่ “พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย” ณ บริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์เพื่อเทิดพระเกียรติพระองค์ท่านเสมอมา

กระบวนการจัดการเรียนรู้

1. เรียนรู้ผ่านนิทรรศการ
2.ค่ายวิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อม
3.กิจกรรมการศึกษา
4.บริการวิชาการ
5. พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ