ประวัติความเป็นมา
หมู่บ้านหนองหญ้าปล้องเป็นชุมชนที่ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม โดยเฉพาะการทำไร่สับปะรด ซึ่งถือเป็นผลผลิตทางการเกษตรที่สำคัญของชุมชน อย่างไรก็ตาม ในบางช่วงฤดูกาลมีผลผลิตสับปะรดออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้เกิดปัญหาผลผลิตล้นตลาดและราคาตกต่ำ สร้างผลกระทบต่อรายได้และความเป็นอยู่ของเกษตรกรในชุมชน
ด้วยความร่วมมือและความเข้มแข็งของคนในชุมชน กลุ่มแม่บ้านหนองหญ้าปล้องจึงได้จัดเวทีประชาคมเพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหา และนำผลผลิตสับปะรดที่สมาชิกปลูกในไร่ของตนเองมารวมกันเพื่อเพิ่มมูลค่า โดยเริ่มจากการนำมาแปรรูปเป็น “สับปะรดกวน” เพื่อจำหน่าย สร้างรายได้เสริมให้แก่ครัวเรือน และลดการสูญเสียของผลผลิตสด จากความร่วมมือดังกล่าวจึงได้มีการรวมกลุ่มและจัดตั้งเป็น วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้าน อสม.หนองหญ้าปล้อง เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
ต่อมา กลุ่มแม่บ้านได้นำสับปะรดกวนไปถวายแด่ พระครูปภัสรวรพินิจ หรือพระอาจารย์ไพโรจน์ ปภัสสโร เจ้าอาวาสวัดห้วยมงคล ซึ่งท่านได้ให้คำแนะนำแก่กลุ่มในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลายและสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสับปะรดได้มากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งให้การสนับสนุนเงินทุนจำนวน 8,000 บาท เพื่อใช้เป็นทุนในการผลิตผลิตภัณฑ์ชนิดใหม่ ได้แก่ ขนมปังชีสเชคไส้สับปะรด และเปิดโอกาสให้กลุ่มนำผลิตภัณฑ์ไปจำหน่ายบริเวณหน้าวัดห้วยมงคล
ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มได้รับความสนใจและเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวและผู้บริโภคเป็นอย่างดี จึงนับเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของกลุ่มให้มีความหลากหลาย มีเอกลักษณ์ และสามารถเชื่อมโยงกับอัตลักษณ์ของท้องถิ่นได้อย่างลงตัว
ด้วยตระหนักถึงความสำคัญของ วัดห้วยมงคล ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของตำบลทับใต้และอำเภอหัวหิน กลุ่มจึงมีแนวคิดในการนำภาพ หลวงพ่อทวด วัดห้วยมงคล มาใช้เป็นตราสัญลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ เพื่อสื่อถึงความเป็นสิริมงคลและสะท้อนถึงเอกลักษณ์ของท้องถิ่น ตลอดจนสร้างการจดจำให้แก่ผู้บริโภค โดยมุ่งหวังให้ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มเป็นทั้งสินค้าคุณภาพและ ของฝากจากอำเภอหัวหิน ที่บอกเล่าเรื่องราวของชุมชน ภูมิปัญญาท้องถิ่น และความร่วมแรงร่วมใจของคนในหมู่บ้านหนองหญ้าปล้อง
จากจุดเริ่มต้นของการแก้ไขปัญหาผลผลิตทางการเกษตร กลุ่มแม่บ้าน อสม.หนองหญ้าปล้องได้พัฒนาอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่มุ่งเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตสับปะรด ส่งเสริมอาชีพและรายได้ให้แก่สมาชิก ตลอดจนสืบสานภูมิปัญญาการแปรรูปอาหารของชุมชนให้คงอยู่และเติบโตอย่างยั่งยืน