Prachuap Learning T-MAP | สำนักงาน สกร.ประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
กลับหน้าสำรวจ
สถานที่

พิพิธภัณฑ์ทหาร ศูนย์การทหารราบ (ค่ายธนะรัชต์)

ปราณบุรี ต.เขาน้อย

3 ครั้ง สกร.อำเภอปราณบุรี

ข้อมูลทั่วไป

ที่ตั้ง หมู่ 3 ถนน - ปราณบุรี ต.เขาน้อย
โทรศัพท์ 032 - 542455 - 8 ต่อ 54278
ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (email) -
ช่องทางการติดต่ออื่นๆ https://www.facebook.com/profile.php?id=100083551322926&sk=photos

สิ่งอำนวยความสะดวก

ไม่มี รองรับ
ไม่มี ที่จอดรถ
ไม่มี ห้องน้ำ
ไม่มี โต๊ะ
ไม่มี เก้าอี้

ประวัติความเป็นมา

ดำเนินการโดย ศร.ได้จัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2500 ตามคำสั่ง ทบ ที่ 810/23649 ลงวันที่ 11 พ.ย.2500 เรื่อง ให้เขียนประวัติและการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ สำหรับหน่วยตั้งแต่ระดับกองทัพขึ้นไป จัดพิพิธภัณฑ์ทหารและวัตถุโปราณเป็นชุดๆ ซึ่งประกอบด้วย อาวุธชนิดต่างๆ เครื่องแต่งกาย ภาพเหตุการณ์ที่สำคัญ ภาพประวัติศาสตร์ และพระแสงปืน M 16 ของ ร.9 อาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาปัจจุบันได้ให้แผนก สภ.กวก.ศร. เป็นผู้ดำเนินการและรับผิดชอบ

ความเป็นมาของแหล่งเรียนรู้

ดำเนินการโดย ศร.ได้จัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2500 ตามคำสั่ง ทบ ที่ 810/23649 ลงวันที่ 11 พ.ย.2500 เรื่อง ให้เขียนประวัติและการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ สำหรับหน่วยตั้งแต่ระดับกองทัพขึ้นไป จัดพิพิธภัณฑ์ทหารและวัตถุโปราณเป็นชุดๆ ซึ่งประกอบด้วย อาวุธชนิดต่างๆ เครื่องแต่งกาย ภาพเหตุการณ์ที่สำคัญ ภาพประวัติศาสตร์ และพระแสงปืน M 16 ของ ร.9 อาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาปัจจุบันได้ให้แผนก สภ.กวก.ศร. เป็นผู้ดำเนินการและรับผิดชอบ

กระบวนการจัดการเรียนรู้

รูปแบบการจัดกิจกรรมของพิพิธภัณฑ์ทหารราบ ภายในอาคารพิพิธภัณฑ์ประกอบด้วยห้องจัดแสดง 6 ห้อง ดังนี้
1.ห้องจัดแสดงพระบิดาแห่งทหารราบไทย

เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2129 สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงออกปล้นค่ายทัพพม่าซึ่งเป็นทัพหน้าของพระเจ้าหงสาวดี ข้าศึกแตกพ่ายถอยหนี พระองค์จึงไล่ตีจนถึงค่ายหลวงของพระเจ้าหงสาวดี ทรงเสร็จลงจากม้าคาบพระแสงดาบแล้วนำทหารปืนขึ้นบันไดขึ้นกำแพงข้าศึกแต่พม่าใช้หอกแทงตกลงมาหลายครั้ง จึงเสด็จกลับพระนคร พระแสงดาบนี้มีนามว่า "พระแสงดาบคาบค่าย"

2.ห้องจัดแสดงตำนานทหารราบไทย

ถ้าจะกล่าวในด้านประวัติศาสตร์หรือความเป็นมาของทหารราบแล้ว การศึกษาประวัติของทหารราบ ก็เท่ากับการศึกษาประวัติศาสตร์ของมนุษย์ชาติเรานั่งเอง นับตั้งแต่มนุษย์ดึกดำบรรพ์ก่อนประวัติศาสตร์ สมัยเมื่อมนุษย์ยังนุ่งห่มใบไม้และหนังสัตว์ ถือกระดูกท่อนไม้และก้อนหินคุมสมัครพรรคพวกเข้าต่อสู้ประหัตประหารกัน จะด้วยสาเหตุสืบเนื่องมาจากการแก่งแย่งถิ่นที่อยู่และทำเล หาเลีัยงชีวิตหรือเนื่องจากสาเหตุอื่นใดก็ตามเมื่อนั้นแหละคือปฐมกำเนิดของทหารราบ มนุษยชาติได้ค่อยๆพัฒนาขึ้นมาตามลำดับ จากการอยู่ถ้ำอยู่ป่า มาเป็นการรวมกันอยู่เป็ชุมชน จนเป็นบ้านเป็นเมือง ทหารเหล่านั้นหรือที่แท้คือทหารราบเหล่านั้นก็ย่อมพัฒนาขึ้นมาด้วย รู้จักการจัดแบ่งออกเป็นหมู่หรือกอง มีผู้นำหรือผู้บังคับบัญชาดป็นสัดส่วนอาวุธหยาบๆ สมัยดั้งเดิมนั้นก็วิวัฒนาการมาเป็นหอก เป็นดาบ เป็นหน้าไม้ ธนู ในยุคนั้นมนุษย์เรายังรู้จักแต่เพียงทหารราบหรือทหารเดินเท้าเท่านั้น ต่อเมื่อกาลเวลาล่วงเลยมาจนรู้จักจับม้าเป็นพาหนะและนำมาใช้ในการฝึกจึงเกิดมีทหารเหล่านั้นขึ้นแต่ถึงกระนั้นทหารราบ ก็ยังคงมีความสำคัญอยู่ดี

3.ห้องจัดแสดงการแต่งกายสมัยต่างๆ

เป็นการแสดงให้เห็นถึงวิวัฒนาการการแต่งกายสมัยต่างๆ ตั้งแต่สมัยก่อนรัตนโกสินทร์นถึงปัจจุบัน

4.ห้องจัดแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์

เป็นการรวบรวมอาวุธประจำกายชนิดต่างๆที่เคยมีใช้ในอดีต เป็นอาวุธที่นำเข้ามาจาดหลากหลายประเทศ ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 พ.ศ.2323 เป็นต้นมา เป็นห้องจัดแสดงอาวุธประจำหน่วยของทหารราบตั้งแต่สมัยอดีต เช่น เครื่องยิงลูกระเบิดแบบ 35 ขนาด 4.2 นิ้ว ผลิตโดยประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นห้องจัดแสดงยุทโธปกรณ์ที่มีใช้ในอดีตของทหารราบ ที่จัดหาและได้รับความช่วยเหลือมาจากประเทศต่างๆ

5.ห้องจัดแสดงวีรกรรมทหารราบดีเด่น

เป็นห้องที่รวบรวมประวัติบุคคล หน่วยต่างๆ ของกองทัพบกที่ได้ประกอบคุณงาม ความดี ให้แก่ประเทศชาติและทำชื่อเสียงให้แก่ทหารราบตั้งแต่สมัยอดีตจนถึงปัจจุบัน

6.ห้องจัดแสดงพระบารมีปกเกล้า

เป็นห้องรวบรวมที่ศูนย์การทหารราบได้รับพระมหากรุณาธิคุณ จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เมื่อคราวเสด็จเยี่ยมกิจการของศูนย์การทหารราบในอดีตซึ่งได้รวบรวมพระราชกรณียกิจ และพระเดชาสามารถของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงค้นคิดสิ่งต่างๆ เพื่อบรรเทาความทุกข์ยากของพสกนิกรชาวไทย นอกจากนี้ยังได้รวบรวมโครงการพระราชดำริ ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ของจังหวัดเพชรบุรีและจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้แก่ ศูนย์การศึกษาห้วยทรายใต้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ โครงการพระราชดำริสวนป่าหาดทรายใหญ่ ซึ่งเป็นโครงการส่วนพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ และเป็นที่ภูมิใจในเหล่าของทหารราบและศูนย์การทหารราบ คือ พลเอกหญิง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่พระองค์ท่านได้ทรงตรวจพระราชประวัติในการรับราชการในปี พ.ศ.2553 โดยโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าจะจัดทำหนังสือที่ระลึกในโอกาสที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี รับราชการเป็นทูลกระหม่อมอาจารย์ครบ 30 ปี เมื่อพระองค์ท่านเป็นทหารเหล่าสารบัญ แต่พระองค์ท่านทรงตรัสว่า "ฉันเป็นทหารราบ" นับเป็นความภาคภูมิใจของเหล่าทหารราบอย่างหาที่สุดมิได้